145 มณฑลทหารบกที่ 11 ถนนพระราม 5 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพ 10300,

02 243 7821-9
11thmc@gmail.com

Category:

1. ผู้มีสิทธ์ขอใช้อาคาร พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก

- ข้าราชการ นายทหารสัญญาบัตร, นายทหารประทวนที่สังกัด กองบัญชาการ มณฑลทหารบกที่ 11, กองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11, กองเรือนจำ มณฑลทหารบกที่ 11 และ กองพันทหารสารวัตรที่ 11

- ข้าราชการนอกหน่วย มณฑลทหารบกที่ 11 ซึ่งสังกัดกองทัพบก

- พลเรือนทั่วไป

2. สิทธิ์ของผู้มาขอใช้อาคาร

- บุคคลตามข้อ 1 มีสิทธ์มาขอใช้สถานที่ อาคารพลเอก อาทิตย์กำลังเอก และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารได้ โดยสามารถนำภรรยาและบึตรเข้ามาใช้สถานที่ ดังกล่าวได้ โดยจะต้องยื่นความจำนงที่จะขอใช้ก่อน และต้องได้รับอนุญาต จากผู้บัญชาการ มณฑลทหารบกที่ 11 เรียบร้อยเสียก่อน จึงจะมีสิทธิ์ขอใช้อาคารดังกล่าวได้

3. การขอใช้สถานที่

- ผู้ที่มีความประสงค์ขอใช้ทำหนังสือขอใช้สถานที่ล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 30 วัน ทำที่ฝ่ายสวัสดิการ มณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อขออนุมัติใช้สถานที่ โดยผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 เป็นผู้อนุมัติ

- ให้ผู้ใช้สถานที่กรอกแบบฟอร์มในใบจองสถานที่ให้ชัดเจนว่ามีความประสงค์จะขอใช้สถานที่เมื่อใด พร้อมจ่ายเงินมัดจำ 2,000 บาท เป็นเงินสด สำหรับส่วนที่เหลือจะต้อง ชำระให้ครบในวันใช้สถานที่

4. อัตราค่าเช่าสถานที่ (ไม่เกิน 5 ชั่วโมง) (เวลา 1700 - 2200)

   
   
   
   
Category:

นายพันเอก พระสรชาญพลไกร 2445 – 2448
นายพลตรี พระยารามคำแหง 2448 – 2451
นายพลตรี พระยาสุรเสนา 2451 – 2453
นายพลตรี พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นกำแพงเพชรอรรคโยธิน 2453 – 2454
นายพลตรี พระยาเสนาภิมุข 2454 – 2456
นายพันเอก พระศรีณรงค์วิไชย 2456 – 2457
นายพลตรี พระยารามกำแหง 2457 – 2459
พลตรี หม่อมเจ้าพันธุประวัติ 2459 – 2462
พลโท พระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร 2459 – 2462
นายพลโท พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทศศิริวงศ์ 2468 – 2471
พลโท พระยากฤษณรักษ์ 2471 – 2472
พลโท พระยาสีหราชเดโชไชย 2472 – 2473
พลตรี พระยาอินทรวิชิต 2473 – 2475
พันเอก พระประจนปัญจนึก 2475 – 2476
พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา 2476 – 2477
พลโท หลวงชำนาญยุทธศิลป์ 2477 – 2481
พันเอก หลวงเกรียงศักดิ์พิชิต 2481 – 2483
พันเอก ขุนปลดปรปักษ์ 2483 – 2487
พลตรี หลวงวีรวัธนโยธิน 2487 – 2490
พลตรี สฤษดิ์ ธนะรัชต์ 2490 – 2492
พลตรี ถนอม กิตติขจร 2492 – 2496
พลตรี ประภาส จารุเสถียร 2496 – 2500
พลตรี ปุ่น บุญฤทธิ์เสนีย์ 2500 – 2502
พลตรี ประยูร หนุนภักดี 2502 – 2503
พลตรี ขุนชิต ผดุงพล 2503 – 2504
พลตรี ประชุม ประสิทธิ์สรจักร 2504 – 2508
พลตรี สะอาด ศิริรักษ์ 2508 – 2514
พลตรี วันชัย ฉ่ำเฉลิม 2514 – 2515
พลตรี ยุทธศักดิ์ ภมรสถิต 2515 – 2516
พลตรี จิตต์กวี เกษะโกมล 2516 – 2519
พลตรี สิงค์ นาควัชระ 2519 – 2522
พลตรี สุจินต์ อารยะกุล 2522 – 2523
พลตรี เกษม สุมานันท์ 2523 – 2525
พลตรี สันติ สุวรรณนาคร 2525 – 2527
พลตรี สกัณห์ สถิตยุทธการ 2527 – 2531
พลตรี ยุทธศักดิ์ ศศิประภา 2531 – 2532
พลตรี ประยูร มีเดช 2532 – 2533
พลตรี ชำนาญ พาสุนันท์ 2533 – 2535
พลตรี อัมพร เศวตเศรนี 2535 – 2537
พลตรี เกรียงไกร เจริญศิริ 2537 – 2539
พลตรี มนตรี รัตนศาสตร์พิบูล 2539 – 2541
พลตรี ณรงค์ เจริญฤทธิ์ 2541 – 2541
พลตรี บุญยัง บูชา 2541 – 2543
พลตรี ปรีชา เปรมาสวัสดิ์ 2543 – 2544
พลตรี จิรสิทธิ เกษะโกมล 2544 – 2545
พลตรี พฤณท์ สุวรรณทัต 2545 – 2547
พลตรี วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา 2547 – 2548
พลตรี จิรเดช โมกขะสมิต 2548 – 2550
พลตรี อุดมเดช สีตบุตร 2550 – 2551
พลตรี อุทิศ สุนทร 2551 – 2552
พลตรี อุกฤษฎ์ ณรงค์วิทย์ 2552 – 2553
พลตรี ภานุวัชร นาควงษม์ 2553 – 2554
พลตรี ทวีชัย กฤษิชีวิน 2554 – 2555
พลตรี สิงหศักดิ์ อุทัยมงคล 2555 – 2556
พลตรี นิรันดร สมุทรสาคร 2556 – 2557
พลตรี สิงห์ทอง หมีทอง 2557 – 2558
พลตรี จิระพันธ์ มาลีแก้ว 2558 – 2558
พลตรี สันติพงศ์ ธรรมปิยะ 2558 - 2559
พลตรี สนิทชนก สังขจันทร์ 2559 - 2560
พลตรี ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ 2560 - 2561

Category:

มณฑลทหารบกที่ 11 จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2445  มีนามหน่วยว่ากรมบัญชาการทหารบก มณฑลกรุงเทพ  ขึ้นตรงกับกรมยุทธนาธิการทหารบก มี พันเอกพระสรชาญพลไกร เป็นผู้บังคับหน่วยท่านแรก โดยมีหน่วยขึ้นตรงจำนวน 8 หน่วย ได้แก่ กองบังคับการ กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ,กรมทหารราบที่ 1 (รักษาพระองค์) ,กรมทหารราบที่2 (ล้อมวัง), กรมทหารราบ ที่ 3 (ฝีพาย), กรมทหารม้าที่ 1, กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 และ กองนักเรียนนายสิบ

พ.ศ.2449 กรมบัญชาการทหารบกมณฑลกรุงเทพ ได้เปลี่ยนนามหน่วยเป็น กองพลที่ 1 (รักษาพระองค์) มณฑลกรุงเทพ

พ.ศ.2460 กองพลที่ 1 (รักษาพระองค์) มณฑลกรุงเทพได้เปลี่ยนนามหน่วยเป็น มณฑลกรุงเทพ

พ.ศ.2470 มณฑลกรุงเทพ ได้เปลี่ยนนามหน่วย เป็น มณฑลทหารบกที่ 1

พ.ศ.2477 มณฑลทหารบกที่ 1 ได้เปลี่ยนนามหน่วยเป็นมณฑลทหารบกที่ 1 และจังหวัดทหารบกกรุงเทพ มีพื้นที่รับผิดชอบจำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ พระนคร, ธนบุรี, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, นครปฐม, สุพรรณบุรี, สมุทรสาคร, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สิงห์บุรี, ลพบุรี และสระบุรี มีหน่วยขึ้นตรง จำนวน 17 หน่วย ได้แก่ กองบังคับการ, สัสดี, กองทหารสื่อสาร, กองเสนารักษ์, เรือนจำ, จังหวัดทหารบกลพบุรี, จังหวัดทหารบกสระบุรี, กองพันทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์, กองพันทหารราบที่2, กองพันทหารราบที่ 3, กองพันทหารราบที่ 5 (สงขลา), กองพันทหารราบที่ 6 (ลพบุรี), กองพันทหารราบที่ 7, กองพันทหารราบที่ 8 (สระบุรี), กองพันทหารราบที่ 9 รักษาวัง,กองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์, กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์

พ.ศ.2484 มณฑลทหารบกที่ 1 และจังหวัดทหารบกกรุงเทพ ได้จัดทำอัตราใหม่ เรียกว่าอัตราเตรียมพร้อม โดยมีหน่วยขึ้นตรงจำนวน20 หน่วยได้แก่ กองบังคับการสัสดี, กองเสนารักษ์, เรือนจำ, จังหวัดทหารบกลพบุรี, จังหวัดทหารบกสระบุรี, พลาธิการ, โรงพยาบาลอานันทมหิดล, กองสารวัตรจังหวัดทหารบกกรุงเทพ, กองพันทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์, กองพันทหารราบที่ 2 กองพันทหารราบที่ 3, กองพันทหารราบที่ 6 (ลพบุรี) กองพันทหารราบที่ 7, กองพันทหารราบที่ 8 (สระบุรี), กองพันทหารราบที่ 9, กองพันทหารม้าที่ 1, กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์, กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 16 และกรมรถรบ

พ.ศ.2486 ได้ปรับการจัดกำลังเป็นอัตรากำลังรบ พ.ศ.2486 ตามคำสั่ง ผบ.ทบ.ลง 9 ต.ค.2486 โดยมีหน่วยขึ้นตรง จำนวน 17 หน่วย ได้แก่ กองบังคับการ, สัสดี, พลาธิการ, กองสารวัตรทหาร จังหวัดทหารบกกรุงเทพ, กองเสนารักษ์, เรือนจำ, จังหวัดทหารบกสระบุรี, จังหวัดทหารบกลพบุรี, โรงพยาบาลอานันทมหิดล, กรมทหารราบที่ 1 (พระนคร), กรมทหารราบที่2 (พระนคร), กรมทหารราบที่ 3 (ลพบุรี), กองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์, กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์,  กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 3 (ลพบุรี), กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 16 (ลพบุรี) และ กรมรถรบ

พ.ศ.2493 กองทัพบกได้แยกหน่วยกำลังรบ และหน่วยส่วนภูมิภาค ออกจากกัน และได้จัดตั้งกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 1 ขึ้น เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2493 แต่ยังคงมีที่ตั้งอยู่บริเวณ ถ.ศรีอยุธยา ติดกับ ถ.ประชาธิปไตย (บริเวณที่ตั้ง กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ในปัจจุบัน)

พ.ศ.2513 ได้เกิดอัคคีภัยที่อาคารกองบัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ส่งผลให้อาคารกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 1 ซึ่งอยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหาย จึงได้ย้ายมาตั้ง กองบัญชาการชั่วคราวอยู่ที่บริเวณ กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 1

พ.ศ.2519 -20 ได้มีการก่อสร้างอาคารกองบัญชาการแห่งใหม่ ณ ที่ตั้งปัจจุบันและได้ย้ายเข้าที่ตั้งอาคารแห่งใหม่ เมื่อวันที่28 มีนาคม พ.ศ.2520

พ.ศ.2533 ได้เปลี่ยนนามหน่วยเป็น มณฑลทหารบกที่ 11 รับผิดชอบพื้นที่จำนวน 12 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร ราชบุรี สมุทรสงคราม กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ โดยมีหน่วยขึ้นตรงประกอบด้วย กองบัญชาการ  กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 กองพันทหารสารวัตร ที่ 11 กองเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 จังหวัดทหารบกกรุงเทพ จังหวัดทหารบกเพชรบุรี   จังหวัดทหารบกราชบุรี และจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี

พ.ศ.2552 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ พ.ศ.2552 จัดตั้งมณฑลทหารบกที่ 15 ขึ้น ประกอบด้วย จังหวัดทหารบกเพชรบุรีและจังหวัดทหารบกราชบุรี ส่งผลให้มณฑลทหารบกที่ 11 มีหน่วยขึ้นตรงเหลือเพียง 7 หน่วย และคงเหลือพื้นที่รับผิดชอบจำนวน 8 จังหวัด ได้แก่กรุงเทพมหานคร  ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี  

พ.ศ.2558 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ส่วนราชการ (ฉบับที่2) พ.ศ.2558 และกฎกระทรวง กำหนดหน้าที่และเขตพื้นที่ของ มทบ. พ.ศ.2558 แปรสภาพจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี เป็น มณฑลทหารบกที่ 17 ขึ้นตรงต่อกองทัพภาคที่ 1 และแบ่งมอบพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ให้อยู่ในความรับผิดชอบของมณฑลทหารบกที่ 16 ส่งผลให้มณฑลทหารบกที่ 11 คงเหลือพื้นที่รับผิดชอบจำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และสมุทรปราการ ตั้งแต่ 1 ต.ค.2558 เป็นต้นไป 

Category:

 
ความหมายของเครื่องหมายและสัญลักษณ์ของ มณฑลทหารบกที่ 11

พระมหามงกุฎ หมายถึง องค์พระมหากษัตริย์
กงจักร หมายถึง กองทัพบก
คชสีห์ถือดาบ  หมายถึง เครื่องหมายของสมุหพระกลาโหม
ราชสีห์ถือเคียวและรวงข้าว หมายถึง เครื่องหมายของสมุหนายก บำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน
ผ้าแพรใต้สัญลักษณ์ หมายถึง การยกย่อง และชมเชย